ตัวอย่างสินค้า

กล่องพลาสติกเพื่อบรรจุอาหารแบบต่างๆ (Plastic Vacuum Boxes)
ฝาครอบแก้วพลาสติก แบบใส และแบบขาวขุ่น (Plastic Vacuum Cover)
กล่องพลาสติกเพื่อบรรจุอาหารแบบต่างๆ (Plastic Vacuum Boxes)
กล่องพลาสติกเพื่อบรรจุอาหาร (Plastic Vacuum Box)
ถาดพลาสติกสำหรับใส่อะไหล่ (Plastic Vacuum Tray)
ถาดพลาสติกสำหรับใส่อะไหล่ (Plastic Vacuum Tray)
ถาดพลาสติกสำหรับใส่อะไหล่ (Plastic Vacuum Tray)
ถาดพลาสติกสำหรับใส่อะไหล่ (Plastic Vacuum Tray)
ถาดพลาสติกสำหรับใส่อะไหล่ (Plastic Vacuum Tray)
ถาดพลาสติกสำหรับใส่อะไหล่ (Plastic Vacuum Tray)
ถาดพลาสติกสำหรับใส่อะไหล่ (Plastic Vacuum Tray)

กระบวนการผลิต

ม้วนพลาสติก (Plastic sheet) สำหรับผลิต Plastic Vacuum Tray

Plastic Sheets
สำหรับผลิตชิ้นงาน


เครื่องดูดและขึ้นรูปพลาสติก (Automations Vacuum Forming Machine)

เครื่องดุดและขึ้นรูปพลาสติก
 (Automations Vacuum Forming Machine)


เครื่องตัดแยกชิ้นงาน (Cutting)

เครื่องตัดแยกชิ้นงาน


เครื่องอัดลม (Pressure)

เครื่องอัดลม


เครื่องทำความเย็น (Air Cooler)

เครื่องทำความเย็น

Polypropylene (PP)

ขอขอบคุณ "คณาจารย์ ภาควิชาเภสัชเคมี คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร"
และเวป http://www.pharm.su.ac.th/cheminlife/cms/index.php/kitchen-room/21-plastic/polypropylene.html

 

ชื่อทางเคมี (Chemical Name) :   poly(1-methylethylene)

ชื่อพ้อง (Synonyms) :   Polypropene, Polipropene 25 [USAN], Propylene polymers, 
1-Propene homopolymer

สูตรโครงสร้างทางเคมี (Chemical Structure) :   
 


สูตรเคมีคือ (C3H6)n

พอลิโพรไพลีน (PP) คืออะไร

            พอลิโพรไพลีน (PP) เป็นเทอร์โมพลาสติก (thermoplastic) คือพอลิเมอร์พลาสติกที่สามารถขึ้นรูปโดยใช้ความร้อนซ้ำๆ ได้หลายครั้ง พอลิโพรไพลีนเป็นพอลิเมอร์ที่มีโครงสร้างเป็นเส้นตรงประกอบด้วยโมโนเมอร์ของ propylene (C3H6) หลายๆ ตัว เกิดจากปฏิกิริยาพอลิเมอไรเซชันของก๊าซ propylene โดยมีตัวเร่งปฏิกิริยาเป็นสารประกอบพวกโลหะ เช่น ไทเทเนียมคลอไรด์ การใช้ชนิดของตัวเร่งปฏิกิริยาและสภาวะของการเกิดปฏิกิริยาที่แตกต่างกัน ทำให้ได้พอลิโพรไพลีนที่มีการจัดเรียงโครงสร้างต่างกัน 3 ชนิดคือ isotactic  syndiotactic และ atactic ขึ้นอยู่กับทิศทางการจับของหมู่เมธิลกับอะตอมคาร์บอน ดังแสดงในภาพ
 


(ภาพจาก Polypropylene: the definitive user's guide and databook โดย Clive Maier,Teresa Calafut)


            พอลิโพรไพลีนชนิด isotactic นำมาผลิตเป็นพลาสติกใช้อยู่โดยทั่วไป เนื่องจากโครงสร้างมีการจัดเรียงของหมู่เมธิลอยู่ด้านเดียวกันอย่างเป็นระเบียบจึงมีความเป็นผลึกสูง ทำให้พอลิเมอร์มีความแข็ง ทนทาน ตรงข้ามกับชนิด atactic ที่จะมีความเหนียวมากกว่าเนื่องจากหมู่เมธิลมีการจัดเรียงตัวไม่เป็นระเบียบ (amorphous) ส่วนชนิด syndiotactic หมู่เมธิลจัดเรียงตรงข้ามกันมีความแข็งน้อยกว่า แต่จะทนทานมากกว่าชนิด isotactic

คุณสมบัติของพอลิโพรไพลีน

คุณสมบัติดังนี้ คือ

- มีความแข็ง ความเปราะและแตกง่ายน้อยกว่า HDPE และมีความยืดหยุ่นน้อยกว่า LDPE มีผิวแข็ง ทนทานต่อการขีดข่วนคงตัวไม่เสียรูปง่าย มีความทนทานมากสามารถทำเป็นบานพับในตัว

- เมื่อไม่ได้ผสมสีมีลักษณะขาวขุ่น ไม่ทึบแต่ไม่ใส ทึบแสงกว่าพอลิเอทิลีน (PE) แต่ไม่ใสเท่ากับพอลิสไตรีน (PS) 

- มีน้ำหนักเบา เนื่องจากมีความหนาแน่นน้อย ในช่วง  0.855 - 0.946 g/cm3 ด้วยเหตุนี้จึงสามารถลอยน้ำได้เช่นเดียวกันกับพอลิเอทิลีน 

- มีจุดหลอมเหลวสูง 130–171 
oC จึงสามารถทนอุณหภูมิสูงที่ใช้ในการฆ่าเชื้อ  (Sterilization  :  100 oC) ได้

- เป็นฉนวนไฟฟ้าที่ดีมาก  แม้ที่อุณหภูมิสูง

- มีความต้านทานการซึมผ่านของไอน้ำและก๊าซได้ดี

- ทนทานต่อสารเคมีส่วนมาก ได้แก่ กรด ด่าง แอลกอฮอล์ ตัวทำละลายอินทรีย์ แต่จะเกิดการพองตัว อ่อนนิ่ม หรือพื้นผิวเป็นรอยได้ในสารเคมี   ที่มีองค์ประกอบเป็นคลอรีน   หรือไฮโดรคาร์บอนทั้งชนิดอะโรมาติกและอะลิฟาติก เนื่องจากพอลิโพไพลีนมีคุณสมบัติไม่มีขั้วสามารถดูดซึมสารที่ไม่มีขั้วได้ดี ดังนั้นจึงสามารถทนต่อสารที่มีขั้วได้ดีกว่า และพอลิโพรไพลีนจะพองตัวและสลายตัวได้ในสารเคมีที่เป็นตัวออกซิไดซ์ที่แรง เช่น ไอกรดไนตริก กรดซัลฟิวริกเข้มข้นและร้อน

การสลายตัวของพอลิโพรไพลีน

            พอลิโพรไพลีนเกิดการสลายตัวได้ง่ายในสภาวะที่มีแรงกระแทก ความร้อน ออกซิเจน แสง UV เนื่องจากโครงสร้างมี tertiary carbon atom ที่เกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันได้ง่ายทำให้ตัดพันธะ พอลิเมอร์สายสั้นลง และให้สารกลุ่มอัลดีไฮด์ กรดคาร์บอกซิลิก แลคโตนและเอสเทอร์ออกมาทำให้พอลิเมอร์ไม่คงทน มีรอยแตกและเหลือง

            ดังนั้นเพื่อปรับปรุงคุณสมบัติของพอลิโพรไพลีนสำหรับการใช้งานภายนอกอาคาร อาจต้องมีการเติม carbon black เพื่อป้องกันแสง UV และสารต้านออกซิเดชันเพื่อป้องกันพอลิเมอร์สลายตัว

ความเป็นมา

            PP เป็นพอลิเมอร์ที่สังเคราะห์ขึ้นโดย Giulio Natta และนักเคมีชาวเยอรมัน Karl Rehn ในเดือนมีนาคม ปี ค.ศ. 1954 ในประเทศสเปน โดย PP ที่สังเคราะห์ขึ้นเป็นพอลิเมอร์ที่มีโครงสร้างแบบผลึกชนิด isotactic การค้นพบครั้งนี้เป็นการบุกเบิกนำไปสู่การผลิตเพื่อการค้าต่อมาในปี 1957 และ Giulio Natta และผู้ร่วมงานยังได้สังเคราะห์ PP ชนิด syndiotactic ขึ้นเป็นครั้งแรก

การใช้งาน

            ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากพอลิโพรไพลีนที่พบเสมอคือ กล่องเครื่องมือ กระเป๋า ปกแฟ้มเอกสาร  กล่องและตลับเครื่องสำอาง เครื่องใช้ในครัวเรือน กล่องบรรจุอาหาร อุปกรณ์ของรถยนต์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ วัสดุบรรจุภัณฑ์ในอุตสาหกรรม  อุปกรณ์ทางการแพทย์ ขวดใส่สารเคมี  กระป๋องน้ำมันเครื่อง กระสอบข้าว  และถุงบรรจุปุ๋ย




(ภาพจาก : http://www.lenntech.com/polypropylene.htm)

            พลาสติกสำหรับใช้งานในทางการแพทย์หรือในห้องปฏิบัติการส่วนมากทำจาก PP ซึ่งมีข้อดีคือทนต่อความร้อนสูงได้สามารถนำไปอบฆ่าเชื้อในหม้อนึ่งอัดความดัน (autoclave) เมื่อทำเป็นภาชนะบรรจุอาหาร  ก็สามารถนำเข้าเครื่องล้างจานอัตโนมัติ   และภาชนะบรรจุอาหารสำหรับไมโครเวฟได้

            ภาชนะที่ทำจาก PP ซึ่งเป็นเทอร์โมพลาสติก ได้รับการจำแนกชนิดของพลาสติก เพื่อนำกลับไปเวียนทำใหม่ (recycle) มีสัญลักษณ์เป็นเลข 5 ซึ่งหมายถึง Resin Identification Code 5

ความปลอดภัย

            การใช้ PP มีความปลอดภัยต่อสุขภาพจากความเป็นพิษของสารเคมี ในโรงงานผลิต PP ที่อุณหภูมิสูงที่ปลดปล่อยไอที่อาจระคายเคืองต่อระบบหายใจและตา ก็ยังไม่มีรายงานถึงความเป็นพิษเมื่อต้องสัมผัสกับพลาสติกชนิดนี้ในระยะยาว 

            ในปี 2008 นักวิจัยทางการแพทย์ในแคนาดาได้อ้างว่ามีการปลดปล่อย quaternary ammonium biocides และ oleamide ออกมาจากพลาสติกชนิด PP มีผลต่อการทดลองในห้องปฏิบัติการ quaternary ammonium biocides เป็นสารต้านแบคทีเรียที่ผู้ผลิตใช้เติมลงในพลาสติก ส่วน oleamide เป็นสารเคมีที่เติมลงไปเพื่อปรับปรุงคุณสมบัติของพลาสติก เนื่องจากมีการใช้พลาสติก PP เป็นภาชนะสำหรับบรรจุอาหารและเครื่องดื่มจำนวนมาก จึงมีโอกาสที่ oleamide จากพลาสติกจะไปปนเปื้อนอาหารได้ แต่ทั้งนี้ก็ยังไม่ทราบถึงอันตรายต่อสุขภาพ